หนองในสายพันธุ์ใหม่ เรื่องใกล้ตัวที่ไม่ควรมองข้าม … แค่ Oral Sex ก็มีโอกาสติด

0
1450

มีการคาดการณ์ไว้ว่ามีคนประมาณ 78 ล้านคนทั่วโลกที่ติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ในทุกๆ ปีและโรคหนองในก็กำลังเป็นเรื่องที่รุนแรงขึ้นเมื่อ องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ประกาศเตือนถึงการเกิดสายพันธุ์ใหม่ที่ยังไม่สามารถรักษาได้

กรณีของโรคหนองในสายพันธ์ใหม่นั้นบางครั้งก็เรียกกันว่า ‘super gonorrhea‘ และกำลังเกิดขึ้นทั่วโลก ในรายงานข่าวของ theGuardian* รายงานว่า Dr. Teodora Wi เจ้าหน้าที่จากองค์การณ์อนามัยโลก (WHO)  ได้พูดถึงรายละเอียดของโรคหนองในสายพันธ์ใหม่ที่ยังไม่มียาปฏิชีวนะใดรักษาได้ในตอนนี้ว่าได้พบผู้ป่วยแล้วในญี่ปุ่น ฝรั่งเศส และสเปน

Dr. Wi กล่าวว่า “นี่อาจจะยังเป็นแค่ส่วนเล็กๆ แต่ในการตรวจวินิจฉัยและรายงานผลพบว่าโรคหนองในสายพันธ์ใหม่นี้ได้ถูกพบมากขึ้นเรื่อยๆ” นอกจากนี้ Dr. Wi ยังอธิบายเกี่ยวกับโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ว่าเป็น ‘ความฉลาดเฉพาะ’ เพราะเมื่อเรารักษาด้วยยาปฏิชีวนะตัวใหม่ แบคทีเรียก็จะค่อยๆ กลายพันธ์เพื่อต่อต้านยา เธออธิบายเพิ่มเติมว่า “เมื่อคุณใช้ยาปฏิชีวนะในการรักษาโรคติดเชื้อในลำคอ เมื่อมันผสมกับแบคทีเรียสายพันธ์ Neisseria ในลำคอของคุณก็จะเกิดอาการต้านยาขึ้น”

แบคทีเรีย Neisseria Gonorrhea ทำให้เกิดโรคหนองในซึ่งเป็นโรคที่ติดต่อทางเพศสัมพันธ์โดยอาการของโรคคือจะหลั่งเป็นหนองสีเขียวหรือเหลือง ปวดขณะปัสสาวะ รวมถึงมีเลือดออกระหว่างกำลังทำกิจกรรมอย่างว่า โรคหนองในนั้นสามารถติดต่อกันได้เมื่อมีเพศสัมพันธ์กับผู้ที่ติดเชื้อโดยที่ไม่สวมถุงยางอนามัย ไม่ว่าจะเป็นเพศตรงข้ามหรือเพศเดียวกัน เพราะนอกจากการมีเพศสัมพันธ์ทางช่องคลอดแล้วเมื่อมีเพศสัมพันธ์ทางทวารหนัก การ oral sex หรือแค่อวัยวะเพศสัมผัสกัน แบคทีเรียที่มีก็จะสามารถแพร่กระจายและติดต่อกันได้เช่นเดียวกัน ส่งผลให้ประมาณ 1 ใน 10 ของผู้ชายและเกือบครึ่งหนึ่งของผู้หญิงที่ติดเชื้อจะไม่แสดงอาการของโรค เนื่องจากพวกเขามีแบคทีเรียดังกล่าวแฝงอยู่ในลำคอหรือทวารหนัก ซึ่งถ้าหากไม่ได้รับการตรวจพบและรักษาอาจจะทำให้เกิดภาวะอื่นๆ ตามมา อย่างเช่น ภาวะการมีบุตรยาก การติดเชื้อในอุ้งเชิงกราน และภาวะแทรกซ้อนต่างๆ ระหว่างตั้งครรภ์

Public Health England (PHE) เปิดเผยสถิติในเดือนกรกฎาคม 2016 พบอัตราการติดเชื้อโรคหนองในในอังกฤษเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และระหว่างปี 2012 ถึง 2015 พบผู้ป่วยโรคหนองในเพิ่มขึ้น 53% และพบมากขึ้นในกลุ่มรักร่วมเพศและไบเซ็กชวล นอกจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกันหรือการแชร์เซ็กทอยส์โดยที่ไม่ทำความสะอาดที่ดีอาจจะทำให้เกิดโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ได้แล้ว ผู้เชี่ยวชาญยังเชื่ออีกว่าการแพร่หลายของยา PrEP ทำให้การมีเพศสัมพันธ์โดยไม่ใส่ถุงยางเพิ่มมากขึ้น

มนุษย์เร่งพัฒนาด้านการแพทย์เพื่อต่อต้านโรคร้าย แต่ก็ต้องอย่าลืมว่าเชื้อโรคต่างๆ ก็พัฒนาตัวเองเพื่อความอยู่รอดเช่นกัน ไม่ว่าจะมียาดีออกมามากมายแค่ไหนแต่การป้องกันแต่เนิ่นๆ ก็ยังดีกว่าการรักษาเมื่อโรคเกิดขึ้นแล้ว “ถุงยางอนามัย” ที่ไม่ใช่แค่ใส่เพื่อป้องกันการท้องไม่พร้อมเท่านั้น แต่โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ทุกคนควรตระหนักถึงไม่ว่าเพศใดก็ตาม

* https://www.theguardian.com/society/2017/jul/07/untreatable-gonorrhoea-superbug-spreading-around-world-who-warns

https://www.gaystarnews.com/article/oral-sex-increasing-difficult-treat-gonorrhoea-bacteria/

NO COMMENTS

LEAVE A REPLY